การแต่งกายของสตรีในราชสำนักสยาม ยุครัชกาลที่ 5
การผสมผสานระหว่างธรรมเนียมดั้งเดิมไทยและอิทธิพลแฟชั่นตะวันตก
Fashion
Feb 22, 2022
การแต่งกายในโอกาสสำคัญ
ในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 สตรีชั้นสูงในราชสำนักไว้ผมทรงดอกกระทุ่ม และแต่งกายตามธรรมเนียมดั้งเดิมของราชสำนัก คือ "นุ่งยกห่มตาด" ในวาระโอกาสสำคัญ เสื้อผ้ากระทุ่มกลางสาด บางครั้งสวมเสื้อคอตั้ง แขนกระบอก ตัดเย็บตามแพทเทิร์นตะวันตกด้วยผ้าเยียรบับ
การแต่งกายแบบนี้แสดงให้เห็นถึงการรักษาประเพณีดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ เปิดรับอิทธิพลตะวันตก ซึ่งสะท้อนถึงสถานะทางสังคมและการศึกษาของสตรีชั้นสูงในยุคนั้น
รายละเอียดเสื้อผ้าในโอกาสสำคัญ
สตรีชั้นสูงไว้ผมทรงเป็นดอกกระทุ่มขนาดใหญ่ ใส่หัวพวกทอง ที่หน้า หลัง และจั่วหู นุ่งยกหรือผ้าซิ่นที่เพียมด้วยลวดลายสงสม ห่มตาดพิม่นอกหรือตาดธรรมชาติ บางครั้งทรงเสื้อคอตั้ง แขนกระบอกยาว ตัดเย็บตามแพทเทิร์นตะวันตก และใส่ตามสีประจำวัน
การแต่งกายในชีวิตประจำวัน
ในชีวิตประจำ สตรีชั้นสูงสวมใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายกว่า ได้แก่ ห่มสไบแพรจีบ นุ่งโจงกระเบน และอาจสวมเสื้อกระบอกตามความเหมาะสมของโอกาส
การเลือกใช้ผ้าในชีวิตประจำวันนี้ยังคงสะท้อนถึงสถานะทางสังคมและการศึกษา แต่มีความนุ่มนวลและสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับการทำกิจกรรมในหอคำหรือเวลาพักผ่อน
เสื้อผ้าเรียบง่าย
ห่มสไบแพรจีบเป็นผ้าที่นุ่มนวล มักเป็นแพรแบบคุณภาพดี จีบให้เข้ารูป สวยงามแต่ไม่ดูวิจิตรพิโรจน์ นุ่งโจงกระเบนเป็นผ้าฝ้ายคุณภาพดี หรือผ้าไหมเบา ๆ ที่ใช้ในวาระประจำวัน
การเปลี่ยนแปลงอิทธิพลตะวันตก
เมื่ออิทธิพลการแต่งกายแบบตะวันตกแพร่หลายขึ้นในราชสำนัก เสื้อลูกไม้สีขาวได้กลายเป็นที่นิยม สไบที่เคยห่มหน้ากว้างได้ปรับให้เล็กแคบลง โดยเย็บให้เป็นแถบเล็กๆ สะพายเฉียงไหล่ และมัดไว้เป็นปมที่สะโพก
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการติดต่อสื่อสารกับมิสชันนารี บุคคลชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในราชสำนัก และการส่งปราชญ์เด็กไปศึกษาต่างประเทศ
องค์ประกอบใหม่ของเสื้อผ้า
นอกจากนี้ยังมีการนุ่งโจงกระเบนผ้ายกดอกสีสันสดใส ใส่ตามสีประจำวัน สวมถุงน่อง และรองเท้าส้นสูงตามแบบตะวันตก ลูกไม้สีขาว ถุงน่อง ส้นเท้าสูง ล้วนแต่เป็นเครื่องหมายของความทันสมัยและการเป็นผู้มีการศึกษาในยุคนั้น
ยุครัชกาลที่ 5: ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
ในช่วงยุครัชกาลที่ 5 เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการแต่งกายหลายประการ มีการผสมผสานธรรมเนียมการแต่งกายดั้งเดิมเข้ากับค่านิยมการแต่งกายของชาติตะวันตก
นโยบายการเปลี่ยนแปลง
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเปลี่ยนแปลง ปรับตัวของชนชั้นนำไทย ให้มีความทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการเป็นสมาชิกที่เท่าเทียมในระบบนานาชาติ
สัญลักษณ์ของการ "ทันสมัย"
การแต่งกายตะวันตกนั้นไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ผ้าและเสื้อผ้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสมาชิกของอารยประเทศ และการสละสิทธิอธิปไตยของไทย ความสามารถในการปรับตัวและการยังคงรักษาอัตลักษณ์ของตัวเอง จึงเป็นศิลปะที่ชนชั้นนำไทยต้องเรียนรู้ในยุคนี้
ผ้าและการเมือง
ผ้าและเสื้อผ้า ดังนั้น ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นของแฟชั่นหรือรสนิยมส่วนบุคคล แต่เป็นส่วนของการเมืองและกลยุทธ์ทางการทูตของรัฐ ของผู้บริหารรัฐกิจและของชนชั้นนำ ในการรักษาอิสรภาพของไทยให้คงอยู่ในยุคที่ลำไววิกเตอร์เรียนิยมแพร่หลายไปทั่วเอเชีย
บันทึกทางประวัติศาสตร์
การศึกษาเกี่ยวกับการแต่งกายของสตรีชั้นสูงในราชสำนักสยามในยุครัชกาลที่ 5 นั้น เป็นหน้าต่างสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมในยุคที่ไทยเผชิญกับความท้าทายจากอำนาจตะวันตก
ผ่านการศึกษารูปภาพและหลักฐานทางประวัติศาสตร์เช่นนี้ เราสามารถเข้าใจได้ว่า สตรีชั้นสูงไทยอยู่ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญในการสร้างสรรค์อัตลักษณ์ของคนไทยในยุคสมัยใหม่ นั่นคือ การผสมผสานระหว่างความภาคภูมิใจในอดีตกับความเปิดรับต่อสิ่งใหม่ ๆ



